3. หัวหน้าระดับที่ 3 “เก่งคน"

 

33. หัวหน้างานระดับที่ 3 “เก่งคน” หรือ “การมีเพื่อนร่วมงานและมีทีมงานที่ดี”

“ผู้ร่วมงานและทีมงานของเราให้ความร่วมมือดีมาก มีความสัมพันธืที่ดีต่อกัน ได้รับการยอมรับ”

“10 เคล็ดลับ” ที่เราควรจะต้องพัฒนาและปรับปรุง เพื่อสร้าง “แรงจูงใจ” ให้กับผู้ร่วมงานและทีมงาน

1.       มีความรัก มีรอยยิ้ม มีความจริงใจ มีอารมณ์ขันให้กับผู้ร่วมงานทุกคนก่อนเสมอ ต้องฝึกยิ้มให้ดูดีและต้องยิ้มด้วยความจริงใจ ความรักจะทำให้มีอารมณ์ที่ดี สามารถสร้างรอยยิ้มให้ดูดีมีเสน่ห์ได้ดี ขอย้ำว่า ความรักผู้ร่วมงานและงานที่ทำจะทำให้มองโลกในแง่ที่ดี มีอารมณ์ดี อารมณ์ขันได้อยู่เสมอ

2.       กล่าวทักทาย เรียกชื่อเพื่อนร่วมงาน โดยภาษาที่ไพเราะ สุภาพ อ่อนโยนก่อนทุกครั้ง ต้องไม่ลืมว่า การเรียนชื่อของใครนั้นต้องให้ความสำคัญมาก ๆ เพราะการเรียกชื่อผิดถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ์และเสียมารยาทมาก ๆ  และการไปลา มาไหว้ หรือ บอกกล่าวกันยังเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

3.       เป็นผู้เสียสละและให้เกียรติผู้อื่นก่อนเสมอ ต้องยอมในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอ เช่น เปิดประตูให้และเชิญให้เข้าประตูก่อน หรือ การเข้าคิวเชิญเขาที่มาก่อนให้เข้าคิวก่อน ตักอาหารให้ผู้อื่นหรือต้องดูแลเสริฟอาหารหรือเครื่องดื่มผู้อื่น เป็นต้น อย่าคิดว่าการเสียสละทำให้ต้องเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี แต่เป็นเสน่ห์นะครับ

4.       เป็นนักฟังที่ดี ให้ความสำคัญในเรื่องที่ผู้อื่นกำลังพูด และควรพูดคุยในเรื่องที่เขาสนใจมากกว่า ไม่พูดคุยในเรื่องของตัวเอง ไม่ควรพูดอะไรเมื่อผู้เอื่นกำลังพูดอยู่ การนิ่งฟัง มองผู้พูดอย่างตั้งใจถือเป็นการให้เกียรติผู้ที่กำลังพูดอยู่เป็นอย่างมากที่สุด ผู้พูดจะให้ความรู้สึกที่ดีต่อคุณเป็นอย่างมาก

5.       ชื่นชมผู้อื่นและมีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่นเสมอ ต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์ นินทา ตำหนิ บ่น ด่า ว่า เรื่องต่าง ๆ หรือเรื่องของผู้อื่นให้ใครได้ยิน ควรพูดแต่ในแง่มุมที่ดี ซึ่งเป็นการมองแต่ในแง่มุมที่ดี และจะต้องกล่าวชื่นชมเมื่อเห็นผู้อื่นทำสิ่งดี ๆ หรือ ทำงานได้สำเร็จบรรลุเป้าหมายมีผลงานที่ดี

6.       ให้ความสนใจ คอยเอาใจใส่ผู้อื่นอย่างเต็มที่และจริงใจ ต้องมีความอดทนและตั้งใจที่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญอยู่เสมอ คอยดูว่า เขามีปัญหาไหม ? มีอะไรที่จะช่วยเขาได้ ?

7.       อ่อนน้อมถ่อมตนในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นเสมอ โดยที่จะต้องรู้จักการตั้งคำถามที่เหมาะสมกับสถานะการณ์อยู่เสมอ เช่น ขอโทษทีผมไม่มั่นใจ ช่วยแนะนำได้ไหมครับ ? มีอะไรให้ผมช่วยได้มังครับ ? ช่วยอธิบายให้ผมทราบหน่อยได้ไหมครับว่าเรื่องนี้คืออะไร ? คุณคิดว่ามีวิธีไหนที่จะแก้ไขหรือปรับปรุงในเรื่องนี้ได้บ้างครับ ? คุณมีความคิดว่าวิธีที่เราจะทำนี้มีความเหมาะสมหรือมีวิธีไหนอีกบ้างครับ ? เป็นต้น

8.       กล้าที่จะพูดอย่างเปิดเผยในเรื่องจริงอย่างตรงไปตรงมา เมื่อจะมีความผิดพลาดในเรื่องของงาน ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมากับผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานทันที เพื่อให้ผู้อื่นได้รับทราบก่อนที่จะเขาจะทำความผิดพลาดให้เกิดขึ้น การพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา ไม่ใช่การตำหนิแต่จะทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีได้

9.       สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสนุกสนาน ความไว้วางใจและเชื่อใจกัน เราต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ทำงานด้วยความรักงาน รักผู้ร่วมงาน รักสถานที่ ความสนุกสนานก็จะเกิดขึ้น แบ่งปันเวลาให้กัน ให้ความไว้วางใจกัน ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสร้างความยุติธรรม ต้องทำให้ความเชื่อมั่นกับผู้ร่วมงานทุกคน

10.    ต้องมีคาถาวิเศษ ที่คุณต้องท่องให้เป็นนิสัยคือ “สวัสดี” “ขอบคุณมาก” และที่สำคัญที่สุด เมื่อเราทำผิด หรือมีการผิดพลาดเกิดขึ้น เราต้องพูดคำว่า “ขอโทษ” ทันที ห้ามส่งต่อให้ผู้อื่นเป็นอันขาด ยิ่งตำแหน่งยิ่งสูงก็ยิ่งมีผลมากที่สุด “ข้าพเจ้า รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” ประโยคนี้ศักดิ์สิทธิมาก

       มีสไตล์การทำงานที่เด่น ๆ อยู่ไม่กี่ประเภทที่สามารถพบเห็นได้จากหัวหน้างานทั่ว ๆ ไป ลองพิจารณาดูว่า ตัวเรานั้นมีสไตล์ทำงานแบบไหน ? หรือ เราได้เน้นการบริหารจัดการสไตล์แบบไหนมากจนเป็นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเราเอง ?

       สไตล์ทำงานที่เน้น ๆ เด่น ๆ มี 4 สไตล์ พอที่จะสรุปได้ดังนี้ : -

สไตล์ที่หนึ่ง : เน้นการใช้อำนาจ หัวหน้างานแบบนี้ จะเน้นการใช้พลังอำนาจในตำแหน่งงานในการออกคำสั่งและการสั่งงาน มีบ้างบางครั้งก็ไม่ฟังใคร ? เข้าใจว่าทุกคนกำลังรอฟังคำสั่งที่เขาต้องสั่งอย่างเดียวก็พอ ? ยึดมั่นในกฎกติกา ระเบียบปฎิบัติอย่างเคร่งครัด เน้นการให้คุณให้โทษอย่างชัดเจน มีความจริงจังในผลงานและเป้าหมาย ไม่มีการพูดเล่น พูดจริงจัง ทุก ๆ ครั้งในเรื่องของงาน ไม่ต้องถามเรื่องความเห็นใจ ไปทำงานให้เสร็จเรียบร้อยก็พอใจแล้ว แต่ก็ชอบให้มาคนมาประจบ ยกยอ และชอบการตอบรับคำสั่งจากผู้ร่วมงานชัดเจน เช่น รับทราบครับ,  ครับผมจะไปดำเนินการเดียวนี้เลยครับ เป็นต้น

สไตล์ที่สอง : เน้นการใช้ความสัมพันธ์  หัวหน้างานแบบนี้ ก็จะเน้นความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ความสงสาร ความเมตตา กรุณาปราณีต ความสนุกสนาน พยายามสร้างสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น มากกว่าผลงานที่จะได้รับ เน้นที่จะเห็นทุก ๆ คนมีความสุข มักจะมีการพบปะสังสรรค์กันบ่อย ๆ ในงานเลี้ยง หรือตามร้านอาหาร บาร์อยู่เป็นประจำ ส่วนเรื่องของงานไม่เป็นไร ? ขอให้ทุกคนมีความสุข ความสบายใจ ก็พอใจแล้ว เรื่องของงานเดียวก็ดีเอง ถ้าทุก ๆ คนมีความสุข ชีวิตนี้มีแต่เรื่องสนุกสนาน จะคอยปกป้องความผิดผู้ร่วมงานและทีมงาน ส่วนตัวแล้วมีความไม่สบายใจในการปฎิบัติงาน กลัวผู้ร่วมงานและทีมงานจะลำบากหรือผิดพลาด จนบ้างครั้งต้องลงมือทำเองเพื่อให้ทุกคนมีความเห็นใจ

สไตล์ที่สาม : เน้นผลงาน หัวหน้างานแบบนี้ ก็จะเน้นแต่งานและผลงานเท่านั้น เรื่องอื่นไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย ชอบที่จะคุยแต่เรื่องงาน มุ่งทำแต่งานเหมือนอย่างคนบ้างาน ถ้าใครคุยในเรื่องงานรู้เรื่องและเข้าใจ ตั้งใจทำงานดีก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้ดีกับหัวหน้างานแบบนี้ แต่ถ้าใครคุยเรื่องงานไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจแถมงานก็ไม่เดินหน้า ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน แต่ก็เน้นการปฏิบัติตามกฎกติกา ระเบียบการทำงานอย่างเคร่งครัด เน้นการให้คุณให้โทษอย่างชัดเจน มีความตั้งใจและจริงจังในการปฎิบัติงานและสร้างผลงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทุ่มเทชีวิตนี้ให้กับการทำงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ สร้างผลงานได้สม่ำเสมอ

 สไตล์ที่สี่ : เน้นการผสมผสาน หัวหน้างานแบบนี้ ก็จะเป็นนักวิเคราะห์สถานะการณ์ ประเมินเหตุการณ์แล้วถึง ประมวลผลออกมาว่า ณ เวลานี้ ขณะนี้ ควรที่จะใช้สไตล์ เน้นอำนาจ หรือ เน้นความสัมพันธ์ หรือ เน้นผลงาน เป็นการพลิกแพลงใช้ทุก ๆ รูปแบบ ขึ้นอยู่กับ ณ เวลานั้นอยู่ในสถานะการณ์อะไร ? ต้องใช้แนวทางเน้นสไตล์อะไร ? ให้เหมาะสมกับสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่  หัวหน้างานแบบนี้มักจะมีทีมงานที่แข็งแกร่ง สร้างผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ มีแต่คนเก่ง ๆ อยากขอเข้ามาอยู่ร่วมทีม ชีวิตก็มีความสุข

           สำหรับหัวหน้างานที่มีประสบการณ์มาก  ๆ จะมีความสามารถมองเห็นและประเมินเหตุการณ์มาประมวลผลได้อย่างรวดเร็จ จนสามารถเปลี่ยนแปลงสไตล์การทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานมีความสุข และทำให้งานที่รับผิดชอบนั้นเดินหน้าไปได้ดีอยู่เสมอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

The Art of Super Boss and Good Leadership

  “ ศิลปการเป็นสุดยอดผู้บริหารและผู้นำที่ดี”  “ The Art of Super Boss and Good Leadership”          เรื่องการบริหารคนจากประสบการณ์ชีวิตที่...